เจ้าตัวสุดร้าย !!

posted on 20 Oct 2009 20:57 by swinyar

        ตั้งแต่เลี้ยงน้องมะหมามาก็หลายตัว เลี้ยงมาก็หลายรุ่นต่อหลายรุ่นแล้ว

ไม่เคยเจอเจ้าตัวไหนที่ทำแสบขนาดเจ้า  2 ตัวนี้ ทำเอาทุกคนในบ้านขยาดกันหมด

เอ้า !....ลืมแนะนำตัวสุดแสบทั้งสอง

เจ้าตัวแรก  หนูซีแกรม   ส่วนด้านขวาพี่โซดา  หน้าตาน่ารักน่าชัง  แต่พฤติกรรมสุดร้าย

ซีแกรมกับโซดาเป็นพี่น้องท้องเดียวกันค่ะ คลาดตามกันมาติด ๆ ......

หนูซีกับพี่โซเป็นลูกแม่แกรมค่ะ (แกรมมี่).....

หน้าตาดอนเด็ก็แสนจะเดียงสาน่ารัก ...บ้องแบ้วซะทำให้หลงใหล  แต่ตั้งแต่รู้ความมา

ไม่รู้ทำไมถึงซนหนักหนา  กลุ้มจริง ๆ ^^'

 

นี่แม่ของหนูซีกับพี่โซ  ถอดแบบกันชัด ๆ นิสัยก็คงร้ายพอกัน เพราะคุณพ่อของแม่แกรม

ต้องพาอพยพโดยด่วน เลยต้องมาอยู่ที่ ออฟฟิตที่โรงงานแทน  เลยได้พานพบกัน

เลยรับอุปการะลูก ๆ ให้อย่างเต็มใจ.............

วีรกรรมสุดแสบแรกเริ่มโตมา  ทำเอาคุณน้าปวดใจ ก็ขุดและถอนต้นไม้ของคุณยายซะ

เกลี้ยงเป็นกระถางไป หมดกระถางนี้ก็ไปกระถางใหม่  ทำเอาคุณยายใจจะขาด

เพราะคุณยายหวงดอกมาก  พอเริ่มโตขึ้นมาอีกหน่อย  ฟันกำลังขึ้น มันเขี้ยวกำลังได้ที่ 

รองเท้าของคุณตาและของน้าต้อม  และพี่เติ้ล  ก็ถูกจัดการกันซะเกลี้ยง 

ไม่เว้นแม้แต่แขกที่มาเยี่ยมบ้าน (- -)  แต่วีรกรรมที่ทำสองทำแสบนั้นไม่ใช่แค่นี้.......

เพราะที่ช้ำใจหนักเลยก็คือ รถยนต์ที่จอดไว้ พี่และน้องทั้งสองแอบไปเล่นใต้ท้องรถ   

ครั้งแรกของวีรกรรมที่เกี่ยวกับรถ ก็คือ  กัดสายน้ำมันรถขาด  คุณตาไม่ทันเห็นขับรถออกไป

น้ำมันรั่วเป็นทางทำเอาแตกตื่นกันทั้งซอยต้องตามช่างเป็นการด่วนหมดตังไปพอสมควรเลย TT

รอบสอง  น้าจ๋าจะเอารถไปทำงาน  ปรากฎว่าไฟโชว์หน้าจอ  ไฟเบรกติด  ไฟ abs ติดค้าง 

ทำเอาตกใจเลยต้องรีบปิดกุญแจดูใต้ท้องรถ กลัวสายน้ำมันด้วย กลัวสาระพัดเลย 

เพราะมีประสบการณ์มาแล้ว  ต้องขับรถไปที่ศูนย์ช่างบอกว่าสายไฟขาด  สงสัยหนูแทะ 

(นึกในใจ  หนูตัวใหญ่ 2 ตัวที่บ้านอะดิ)  แล้วเหตุการณ์แบบนี้ก็เกิดขึ้นติดต่อกันอีก ซัก 4-5 ครั้ง

ในที่สุดก็ต้องตัดสินใจกักบริเวณ  ห้ามใกล้รถเป็นอันขาด  ต้องคอยติดตามพฤติกรรมตลอดเวลา

กลุ้มใจซะจริง ๆ  พอห้ามยุ่งรถยนต์  ไปเอามอเตอร์ไซค์แทน กัดซะที่พักเท้าไม่เหลือ........

จนต้องทำที่กั้นรถอีก  ...เฮ้อ

แต่เรื่องดี ๆ ของสองพี่น้องก็มีนะ ก็น่ารักกันซะขนาดนี้และก็ขี้ประจบแต่เรื่องความแสบของสองวายร้อย

ก็ดำเนินต่อไปเริ่อย ๆ ยังคงเป็นเหมือนเดิม (ความแสบ)  แต่หวังว่าพอโตขึ้นอีกนิด

ก็คงเลิกซน แต่นี่ก็อายุได้เกือบปีละนะ...... TT

อะ ๆ ยังไม่จบ  บางคนอาจสงกะสัยในชื่อของสองพี่น้อง  ไม่ได้ตั้งประชดใครหรืออย่างไรเลย

แต่มีชื่อนี้เพราะมีพี่อีก 2 ตัวนี้และ

    ....พี่วอดก้า.....

.....พี่วิสกี้......

เลยอยากตั้งชื่อให้คล้องกับพี่ ๆ ที่อยู่อีกบ้าน  ก็เลยได้ซื่อประมาณนี้

น่ารักน่าชังกันจริง ๆ ........................

 

edit @ 23 Oct 2009 10:37:34 by ka_tai ~ตัวกลม!~

อวดสวนซะหน่อย!

posted on 19 Oct 2009 21:28 by swinyar

หลังจากที่ห่างหายไปซะนาน เนื่องจากฝนตกกระหน่ำ ทำให้ไม่ค่อยอยากทำอะไรเลย

( ความจริงขี้เกียจจนตัวกลม^^' ) พอฝนหยุดตกก็เลยขยันเพิ่มมาอีกนิด ได้ฤกษ์เปิดคอม

หลังจากหยุดไปพักใหญ่ เลยอยากอวดสวนซะหน่อย เพราะช่วงนี้สวนสวย ดอกไม้บานสะพรั่ง

แต่ไม่ใช่ฝีมือตัวเองหรอกนะ  ยกความดีความชอบให้คุณแม่เต็ม ๆ

หน้าบ้านที่เริ่มจะไม่มีทางเดิน เพราะกระถางต้นไม้เต็มไปหมด ส่วนที่เห็นดอกสวย ๆ ก็ 

ดอกไฮเดรนเยีย   ดอกไฮเดรนเยีย  เป็นดอกไม้มหัศจรรย์ค่ะ เพราะมันสามารถเปลี่ยนสีได้

ตามความเป็นกรด-ด่างของดินและน้ำ แรก ๆ ที่ปลูก ไม่รู้ว่าม้นเปลี่ยนสีได้

ซื้อมาเป็นดอกสีน้ำเงินเข้มอย่างสวยงาม  เพราะคิดว่าดอกสีน้ำเงินมันแปลกดี

อยู่ไปได้ชักเริ่มปนออกม่วง  ปลูกไปปลูกมากลับกลายเป็นสีชมพูสดใสเลย 

ซื้อมาอีกหลายต้นก็เป็นเหมือนเดิม เพิ่งมารู้เอาเมื่อผ่านมาเป็นปีแล้วค่ะว่ามันสามารถเปลี่ยนสีได้ 

นึกว่าถูกย้อมแมว (^^')

สีน้ำเงินตต้นนี้ซื้อมาทีหลังสุด....หลังจากที่เรียนรู้แล้วว่ามันเปลี่ยนสีได้  ก็ต้องดูแลกันเป็นพิเศษ

เคล็ดลับคือต้องหาตะปู หรือเหล็กที่เป็นสนิมใส่ไปด้วยนะคะ

ส่วนต้นนี้เป็นต้นแรก ๆ ที่ซื้อมาจากสีน้ำเงิน หลังจากที่รดน้ำไป  มันก็กลายเป็นสีชมพู

เพราะน้ำที่ใช้รดเป็นน้ำบ่อค่ะ คงเป็นด่างมาก เลยได้สีชมพูสดใสเชียว

นอกจากดอกไฮเดรนเยียสุดสวยประจำบ้านแล้ว  ดอกไม้ที่คุณแม่นิยมชมชอบมากอีกอย่างก็คือ 

กล้วยไม้   เวลาเดินทางไปที่ไหน  ที่ ๆ มักแวะประจำคือตลาดต้นไม้

และที่ต้องซื้อกลับมาด้วยทุกครั้งก็คือกล้วยไม้ค่ะ  

ต้นนี้ซื้อมาได้หลายปีแล้วค่ะ  แต่ก็ยังออกดอกให้ได้ชื่นชมตลอด

ส่วนต้นข้างหลังเพิ่งซื้อมายังไม่ได้ลงกระถางเลย แต่ดอกก็ออกซะสวยเชียว  

สามต้นนี้ คุณแม่ชอบมาก เพราะสีแปลกดี เลยแขวนแยกไปต่างหาก......

 

 อีกซักมุม  นอกจากดาวเด่นทั้งสองชนิดแล้วก็ยังมีต้นไม้อื่นอีกนะ เลือกชมเอาก็แล้วกันนะคะ 

 

สวยพอพอรับได้มั่ยค่ะ ต้องขอบคุณคุณแม่จริง ๆ ค่ะที่ทำให้บ้านมีชีวิตชีวาขึ้นมามากขึ้น ^^ 

" กิ๊ก " มากกว่าเพื่อน แต่ไม่ใช่แฟน

" กิ๊ก " ไม่ใช่ชู้ แต่แฟนรู้ก็ต้องเลิก

สาระพัดคำนิยามที่มีของคำว่า " กิ๊ก" แล้วแต่ว่าใครจะเป็นคนแปล

เรื่องของเรื่องมันเกิดจากน้องที่ทำงานด้วยกันนี่แหละค่ะ  ที่วัน ๆ มันพูดให้ฟังซะจนเราสับสน  คือไม่รู้ตกลงมันมี " กิ๊ก " กี่คนกันแน่ แค่ฟังมันพูดเราก็งงหละ  แต่ที่แน่ ๆ รู้สึกมันตะขิดตะขวงใจยังไงก็ไม่รู้ ถามมันว่าตกลงมันยังไงแน่เนี้ย  เธอจะเอายังไงกับชีวิต  มันดันบอกว่า ก็ตรวจสอบความ Hot! ของตัวเองไงพี่ พูดซะเราค้างเลย

ไอ้เราเองก็ยังไม่แก่นะ (ไม่รู้หลอกตัวเองหรือเปล่า) หัวก็ไม่ได้เก่าคร่ำครึซักหน่อย แต่ถ้าหัวเน่าหละก็ไม่แน่ ฉันไปหลงอยู่ที่ไหนมาเนี้ย ไอ้เรื่องอย่างนี้ฉันก็มีประสบการณ์นะ แต่ไม่ใช่ของตัวเองซะงั้น เพราะแถวบ้านเค้าจัดให้อยู่ในประเภทต้องอนุรักษ์ไว้ เพราะสาวแก่ไม่ค่อยมี ฟังแล้วปวดใจ!! 

เอ้า...เข้าเรื่องต่อ ที่ว่าประสบการณ์ก็เพราะมีน้องที่รู้จักกันนี่แหละค่ะ  แบบเดียวกันเลย กิ๊กเยอะ สับตารางซะปวดหัว แล้ววันหนึ่งมันก็เกิดเรื่องเมื่อ กิ๊กใหญ่เจอกิ๊กเล็ก  ในที่สุดก็ขึ้นหน้าหนึ่งค่ะ  ยิงกันคาบ้านสาวเจ้า  แต่โชคดีที่ไม่มีใครตาย แค่คนหนึ่งเข้าไอซียูเกือบอาทิตย์ อีกคนก็ถูกจับ  เป็นเรื่องเศร้าซะจริง  แล้วนี่ก็มาเจออีกคนแหละ  มันอะไรกันหนักกันหนาก็ไม่รู้กับ " กิ๊ก " เนี้ย เวลาบอกหรือเตือนก็มักจะมีข้ออ้างกันซะสารพัด 

เรื่องของชาวหนุ่มสาวยุคใหม่  ที่เปลี่ยนไปตามกาลเวลา  หนุ่มสาวสามารถคบหาดูใจกัน  เป็นคนพิเศษของกันและกัน  หรือจะตกลงเป็นแฟนกัน  พร้อมใจจะมาอยู่ด้วยกัน  หรือจะอยู่ก่อนแต่งงานกันมั่ง  มันก็เป็นสิทธิ์ที่เค้าจะทดลอง  ศึกษากันและกัน ซึ่งก็เป็นธรรมดาของคนหนุ่มสาวยุคนี้สมัยนี้นี่คะ  หรือจะมีแฟนแล้วจะมี " กิ๊ก "กี่คน  มันอีกก็เป็นเรื่องของเค้าที่พอใจคบกัน ก็ต้องคบไว้เผื่อเลือกนี่คะ  และด้วยความที่ยังไม่มีพันธะผูกพันกับใครมันก็เป็นสิทธิ์ที่ทำได้ ( ถ้าไม่สร้างความเดือนร้อนให้ใคร ) แต่ขอบอกไว้ว่า มันแล้วแต่คนนะค่ะ  คิดไม่เหมือนเแต่เรื่องมันน่าเศร้า  ก็ตรงที่คนที่มีครอบครัวแล้วยังแสวงหา " กิ๊ก " กันให้ขวัก  อันนี้รับไม่ค่อยได้ค่ะ  ถ้าเป็นสมัยก่อนผู้ชาย หรือผู้หญิงที่ไปมีอะไรกับคนที่ไม่ใช่สามี ภรรยาของตน แถวบ้านเรียกว่า  " ชู้ "  ถ้ามีคนรู้หละก็ได้เป็นเรื่องแน่

คนที่แต่งงานมีครอบครัวแล้ว  ความซื่อสัตย์ต่อกันเป็นสิ่งสำคัญ  หากยังแสวงหา " กิ๊ก " ไม่เลิกลาปัญหาต่าง ๆ ก็จะมีตามมา  ยิ่งถ้าหากมีลูกอีกด้วยแล้ว  มันยิ่งเป็นปัญหาหนักเข้าไปใหญ่  ยิ่งเดี๋ยวนี้ปัญหาเหล่านี้ยิ่งรุนแรงมากขึ้น  เห็นข่าวต่าง ๆ ในหนังสือพิมพ์แล้ว  ปัญหาความหึงหวงกันก็มีมาก  แถมแก้ปัญหากันด้วยความรุนแรงเสียด้วย  กลายเป็นโศกนาฏกรรม  สร้างความเสียใจให้คนรอบข้างมากมาย 

แต่ก็ต้องยอมรับอย่างหนึ่งหละนะ  คนเราต่างคนต่างความคิด  แถมกระแสการมี " กิ๊ก " นี่มันช่างมาแรงเสียจริง คงต้องปล่อยให้มันเป็นไปตามแต่บุญแต่กรรมหละนะ................................

 

edit @ 9 Nov 2008 13:20:33 by ตัวกลม

เหงา

posted on 20 Jul 2008 16:43 by swinyar

เคยไหมแม้อยู่ท่ามกลางผู้คนมากมาย

แต่ก็ยังรู้สึกในใจว่า มันยังคงว่างเปล่า

มีบางอย่างที่ยังเป็นช่องว่างในหัวใจ.............

บางครั้งแค่นั่งมองฝนตก  น้ำตาก็พาลที่จะไหล

ทั้ง ๆ ที่ไม่ได้คิดอะไร  ไม่รู้จะเรียกว่ายังไง

ก็ยังแค่  เหงา  ใช่ไหม หรือเพียงแค่คิดไปเท่านั้นเอง ...........