พายมะพร้าวอ่อน

posted on 26 May 2010 20:03 by swinyar in bakery

    เมื่ออาทิตย์ก่อนแวะไปกินกาแฟที่ร้าน Coretto  ได้ชิมพายพักทอง หอมมันมาก ๆ นึกแล้วอยากกินอีกเลยแอบแว๊ปจากที่ทำงานไปที่ร้านอีก  แต่วันนี้ไม่มี รู้สึกค้างคาใจมาก ๆ ๆ  พอถึงวันหยุดเมื่อวันก่อนก็เลยขอทำให้มันหายอยากหน่อยเถอะ  แต่ว่ายังไม่สูตรทำไส้พายฟักทอง พอหาดูจากเว็ปต่าง ๆ ปรากฏว่าเครื่องปรุงเยอะจัง ในตู้ยังขาดอีกหลายอย่าง  เอาเป็นว่าเปลี่ยนเป็นพายอย่างอื่นก็แล้วกัน ไป ๆ มา ๆ ก็ได้เป็นพายมะพร้าวอ่อนแทน เพราะหามะพร้าวอ่อนเพิ่มอย่างเดียวก็เป็นอันครบ  ว่าแล้วก็มาทดลองกันกับครั้งแรกของพาย  ส่วนสูตรที่ลองทำเป็นสูตรของคุณ Febie จาก Bloggang ค่ะ (แทรกลิงค์ไม่ได้ T T)

แป้งพาย

  1. แป้งเอนกประสงค์                        2           ถ้วย
  2. ผงฟู                                          1/2        ชช
  3. เนยแช่เย็นตัดเป็นชิ้นเล็ก ๆ          1/2         ถ้วย
  4. น้ำเย็น                                       1/4         ถ้วย
  5. น้ำตาลทราย                               2           ชต
  6. เกลือ                                         1/2         ชช
  7. ไข่แดง                                       1           ฟอง

วิธีทำ

  • ร่อนแป้ง กับผงฟู 2 ครั้งจากนั้นใส่เนยแช่เย็น  ตามด้วยไข่แดง  น้ำตาลทรายและเกลือ  ผสมให้เข้ากันนวดพอประมาณ ( กะเอาแบบไม่ติดมือไม่รู้ได้ที่หรือยัง ) จากนั้นห่อแล็ปเข้าตู้เย็นประมาณ 30 นาทีแล้วจึงนำมาปั้นแล้วกรุพิมพ์  ก่อนอบเอาส้อมจิ้มนิดนึงค่ะ หน้าตาก็ออกมาได้แบบนี้  เอาเข้าเตาอบที่อุณหภูมิประมาณ  180  องศาประมาณ  20  นาทีค่ะ

ไส้มะพร้าวอ่อน

  1. น้ำมะพร้าวอ่อน                                  1/2    ถ้วย
  2. นมข้นจืด (ใช้นมสดแทนค่ะ)                1/2    ถ้วย
  3. เนื้อมะพร้าวอ่อน                                 2       ถ้วย
  4. น้ำตาลทราย                                     1/3     ถ้วย
  5. เกลือ                                               1/2     ชช ( ไม่ได้ใส่ค่ะเพราะใช้เนยเค็ม)
  6. เนย                                                 2        ชต
  7. แป้งข้าวโพด                                    1/4     ถ้วย
  8. น้ำ                                                  2        ชต

มาเริ่มทำกันเลยค่ะ

 

เริ่มจากนำน้ำมะพร้าว นมสด ตั้งไฟเติมน้ำตาลลงไป  คนให้น้ำตาลละลาย พอเริ่มส่วนผสมเริ่มเดือดเล็กน้อย ก็ใส่เนื้อมะพร้าวลงไป  ใส่เกลือลงไปตามด้วยแป้งข้าวโพดที่ละลายน้ำไว้ คนจนพอข้นใส่เนยปิดไฟ คนเนยให้เข้ากันพักไว้ให้เย็น  ก่อนนำไปใส่บนแป้งพายค่ะ

สุดท้ายก็ออกมาได้แบบนี้  หน้าตาพอใช้ได้ค่ะ  แต่คราวหน้าจะอบนานกว่านี้นิดนึง เพราะชอบแป้งแบบเกรียม ๆ หน่อย แต่ก็อร่อย ไม่รู้คิดเองหรือเปล่า แต่น้องชายกินคนเดียวไป 6 ชิ้น ไม่รู้เพราะอร่อยหรืออดโซมาจากไหน

ไว้คราวหน้าจะต้องลองทำพายฟักทองอย่างที่ตั้งใจให้ได้ค่ะ ^^

 

Pizza

posted on 09 May 2010 20:27 by swinyar

   เมื่อหลายวันก่อนมีโอกาสได้ดูรายการพลพรรคนักปรุง ตอนทำลาซานญ่า  เห็นแล้วน่าทานมาก อยากกินสุด ๆ เลยคิดว่าวันหยุดนี้ต้องทำให้ได้  แต่พอจะทำจริง หลานสาวบอกอยากกินพิซซ่ามากกว่าเพราะไม่ได้กินนานแล้ว  จะหาร้านซื้อก็ยากเพราะร้านอาหารพวกนี้ไม่ค่อยมี  เลยตัดสินใจลองทำเองดูสักครั้งจะเป็นไรไป  ว่าแล้วก็หาสูตรเอาตามเว็ปนี้แหละค่ะ  ตำราออนไลน์  ต้องขอบคุณจริง ๆ กับโลกอินเตอร์เน็ตที่ทำให้ความรู้กว้างไกลมากขึ้น  สูตรนี้ได้มาจากเว็ปอาชีพอิสระ  พิซซ่าสูตรดั้งเดิม  ขออนุญาตนำมาใช้และขอขอบคุณมา ณ โอกาสนี้ด้วย ค่ะมาดูส่วนผสมกันค่ะ

ส่วนผสม แป้ง Pizza

  1. แป้งสาลีอเนกประสงค์ 2 ถ้วย
  2. ยีสต์ 1 ช้อนกินข้าว
  3. น้ำตาลทราย 1 ช้อนกินข้าว
  4. เกลือ 1/2 ช้อนชา
  5. น้ำมันมะกอก 1 ช้อนชา
  6. เนยสด 50 กรัม
  7. น้ำเปล่า (ในสูตรไม่ได้บอกว่าเท่าไหร่แต่ใช้ไป 3/4 ถ้วยตวง และเปลี่ยนเป็นน้ำอุ่นแทนค่ะ)

เริ่มเตรียมแป้งกันเลยค่ะ ก่อนอื่นต้องเพาะยีสต์ก่อนค่ะ โดยนำน้ำอุ่นมาใส่น้ำตาลคนพอละลายแล้วเติมยึสต์ลงไปคนเบา ๆ ค่ะแล้วทิ้งไว้ประมาณ 5-10 นาที  จากนั้นเรามาผสมแป้ง , เกลือ  แล้วทำหลุมตรงกลาง  จากนั้นนำน้ำมันมะกอก ,  เนยสด  ใส่ในหลุมตามด้วยยีสต์ที่ทำไว้  จากนั้นก็นวดค่ะ  ต่ายก็ไม่เคยทำเหมือนกันสภาพได้ออกมาประมาณนี้ค่ะ

จากนั้นเอาพลาสติกคลุมไว้ค่ะทิ้งไว้ประมาณครึ่งชั่วโมง ระหว่างนี้มาทำซอสกันค่ะ

  

 ส่วนผสม ซอส Pizza

  1. น้ำมันมะกอก 1 ช้อนโต๊ะ
  2. หอมใหญ่สับละเอียด 1 หัว
  3. มะเขือเทศสับ    2  ลูก
  4. มะเขือเทศเข้มข้น 1 ถ้วยตวง
  5. น้ำตาลทราย 2 ช้อนโต๊ะ
  6. เกลือป่น 2 ช้อนชา
  7. พริกไทย 1/2 ช้อนชา
  8. ออริกาโน (Oregano) 2 ช้อนชา

 ส่วนผสมของหน้าพิซซ่า

  1. ปูอัด /  ไส้กรอก /  แฮม / สับปะรด
  2. มายองเนส
  3. ออริกาโน
  4. มอสซาเรลล่า
  5. พามาซานชีส

แต่ก็แล้วแต่ความชอบของแต่ละคนค่ะ  ส่วนที่บ้านเด็ก ๆ ไม่ค่อยชอบผักสักเท่าไหร่

วิธีทำ

ใส่น้ำมันมะกอกลงในกระทะใช่ไฟอ่อนค่ะ  ใส่หอมใหญ่ลงไปผัด

ใส่มะเขือเทศสับ  ตามด้วยมะเขือเทศเข้มข้น

ตามด้วยเครื่องปรุงรส 

จากนั้นก็เอาแป้งที่พักไว้มานวดแล้วตามรูปร่างที่เราต้องการค่ะ วันนี้แป้งที่ได้ค่อนข้างมาก จะทำแผ่นกลมก็ล้นถาด เลยทำเป็นรูปสี่เหลี่ยมตามขนาดถาดเลย

ตามด้วยซอสพิซซ่าที่ทำไว้ทาให้ทั่ว ๆ

จากนั้นก็ใส่ส่วนผสมของท็อปปิ้ง

ตามด้วยมายองเนส

ตามด้วยชีส

เสร็จแล้วเอาเข้าเตาอบ  อบที่อุณหภูมิ  200 องศาเซลเซียสประมาณ  20  นาทีค่ะ  ออกมาได้ประมาณนี้ค่ะ

หน้าตาออกมาใช้ได้เลยค่ะ  หน้าตูมมาก เลยเผลอชิมไป 2 ชิ้น ^^

ก๋วยเตี๋ยวหมูต้มยำ

posted on 03 May 2010 20:25 by swinyar

     ได้ฤกษ์หยุดงานซะทีหลังจากไม่ได้หยุดทำงานซะนานได้  สงกรานต์ก็ไม่ได้หยุดกับเค้า แถมรับโชคอีกชั้นเพราะดันถูกรถจักรยานชนซะกลางลำ ตกใจซะแทบแย่ ได้เราหนะไม่เป็นอะไรหรอกเพราะอยู่ในรถ  แต่เจ้าของจักรยานหนะซิน่าห่วง  ดีที่ไม่เป็นอะไร สอบถามความไปมา  ปรากฏว่ามองไม่เห็นรถยนต์ พอได้ยินเพื่อนเรียกก็เลยกลับลำโดยไม่ทันมองซะงั้น  ฉะนั้นถ้ามาเที่ยวแม่สอดโปรดระวังรถจักรยานให้ดี  เพราะประชากรชาวพม่าที่อาศัยอยู่ในแม่สอดใช้จักรยานกันมาก  และที่ใช้กันบนท้องถนนบางคนก็เพิ่งหัดขี่กันก็มี  และหากเห็นเตรียมตัวจะข้ามถนนโปรดชะลอความเร็วเพราะส่วนใหญ่แล้วกะระยะกันไม่ค่อยถูก เดี๋ยวจะเกิดเหตุกันซะเปล่า ๆ .....

     เอ้าบ่นเค้าไป ก๋วยเตี๊ยวไม่ได้ทำซะที  ทั้งที่ได้หยุดน้องชายตัวดีกลับบอกอยากกินก๋วยเตี๊ยวต้มยำพร้อมเกี้ยวกรอบด้วย  เลยต้องจัดให้ซะหน่อย (เรื่องของเรื่องคืออยากกินด้วย ^^)

ก๋วยเตี๋ยวหมูต้มยำ

 

ส่วนผสม

1.  เส้นก๋วยเตี๋ยว คราวนี้เลือกเส้นจันทร์เพราะเหนียวดี ไม่ค่อยเละ  ใครชอบเส้นอะไรก็จัดกันไป

2.  หมูสับ

3.  ลูกชิ้นหมู

4.  เครื่องในหมู  ตับ  ไส้อ่อน  หัวใจ

5.  เนื้อหมู  สำหรับทำหมูหมัก

6.  ถั่วลิสงคั่วป่น

7.   แผ่นเกี้ยวสำหรับทอด

8.   กระเทียมเจียว

9.   กากหมู

10. ผัก วันนี้ใส่ 3 อย่าง ถั่วฝักยาว  ถั่วงอก  กะหล่ำปลี

ส่วนผสมน้ำซุป 

1.  กระดูกซี่โครงหมู

2.  หัวไช้เท้า

3.  น้ำตาล  2  ช้อนโต๊ะ

4.  เกลือ  1  ช้อนโต๊ะ

5.  ซอสปรุงรส  1  ช้อนโต๊ะ

6.  เครื่องเทศห่อผ้าขาวบางได้แก่  รากผักชี  กระเทียม  พริกไทย อย่างละนิด

  เริ่มลงมือทำกันเลย  ก่อนอื่นทำน้ำซุปก่อนเพราะต้องเคี่ยวไว้นานพอสมควร  ที่บ้านใช้เตาถ่านค่ะประมาณน้ำงวดไป 2  รอบได้  ก่อนอื่นนำกระดูกหมูไปลวกน้ำเดือดก่อนค่ะ

หลังจากนั้นต้มน้ำให้พอเดือดใส่กระดูกหมูที่ลวกลงไปพร้อมกับหัวใช้เท้าที่ปอกและหั่นแล้ว  ตามด้วยเครื่องปรุงส่วนน้ำซุปทั้งหมด  มั่นคอยช้อนฟองออก  ต้มไปเรื่อย ๆ ค่ะ

จากนั่นก็มาทำเครื่องก๋วยเตี๋ยวกัน

1.  ทอดเกี้ยวเพื่อทำเกี้ยวกรอบค่ะ

2.  ต้มเครื่องในให้สุก 

3.  เจียวกระเทียม  และเตรียมกากหมู  ถั่วป่น  ลวกหมูสับ หมูหมัก  และหั่นเครื่องในเตรียมไว้ค่ะ  ที่บ้านเตรียมให้สุกไว้หมดค่ะ  ใครอยากกินอะไรก็ตักใส่ชาม  ปรุงตามแต่ใจได้เลย

4.  เตรียมผักค่ะ  หั่นถั่วฝักยาก  และซอยกะหล่ำปลี  ผักทุกอย่างล้างให้สะอาดที่บ้านแช่ด่างทับทิบค่ะ แล้วล้างด้วยนะสะอาดอีกที

เครื่องปรุง

1.  น้ำปลา

2.  น้ำตาล

3.  น้ำส้มสายชู  หรือ  มะนาว

4.  พริกป่น

พอน้ำซุปได้ที่ก็มาปรุงกันเลยค่ะ  ใส่เครื่องทุกอย่าง  ส่วนน้ำก๋วยเตี๊ยวเวลาทำต้มยำก็หาถ้วยมาอีกซักใบ  ใส่เครื่องปรุงอย่างละ 1 ช้อนชาโดยประมาณตามด้วยน้ำซุปแล้วเทใส่ชามก๋วยเตี๋ยวที่ทำไว้  ก็จะได้แล้วค่ะก๋วยเตี๋ยวต้มยำ

น่ากินมั่ยเอ่ย......

แม่กับน้องบอกว่าถ้าทำขายคงขาดทุน.............T T

 

ถึงคราวเที่ยววัดกันบ้างแล้ว  ไม่รู้จะร้อนจะหนาวหรือยังไง เพราะไม่ได้เข้าวัดนานแล้ว ปกติถ้าจะไปวัดต้องเป็นช่วงเทศกาล หรือวันพระใหญ่ (แถวบ้านเรียกศีลใหญ่) เนื่องจากช่วงเทศกาลวันหยุดยาว ลูกหลานบ้านไหนก็มักจะกลับบ้านกันทุกครอบครัว เลยเป็นการชุมนุมของเหล่าญเาติมิตร  และทุกบ้านก็ต่างพากันไปวัด  ส่วนหนึ่งก็ไปทำบุญ และก็เป็นการแนะนำตัวเหล่าลูกหลาน ให้ชาวบ้านได้รู้จักกันไว้  เด็กก็ได้รู้จักผู้ใหญ่ ผู้ใหญ่ก็ได้รู้จักเด็กว่าเป็นลูกเป็นหลานใคร  เวลามีอะไรจะได้บอกกล่าวกันได้ ประมาณใครไปทำอะไรที่ไหน เดี๋ยวที่บ้านก็ต้องรู้ ( ไม่รู้น่าดีใจหรือเศร้าใจกันแน่ เหมือนมีสายสืบทั่วบ้านเลย T T)  

วัดไทยวัฒนาราม  หรือวัดใหญ่แม่ตาว ตั้งอยู่ตำบลท่าสายลวด อำเภอแม่สอดจังหวัดตาก เป็นศิลปะการตกแต่งได้รับอิทธิพลจากพม่า พระสงฆ์ที่จำพรรษาที่วัดนี้ ก็มีทั้งไทยและพม่า

วิหารพระมหามุนี ที่ประดิษฐาน  พระมหามุนี  พระพุทธรูปที่จำลองมาจากพระมหามุนี  พระคู่บ้านคู่เมืองของชาวเมืองมัณฑเลย์ สหภาพพม่า 

    

ภายในวิหารที่ประดิษฐาน งดงาม แปลกตามากค่ะ บริเวณฐานพระและผนังวิหารติดกระจกโดยรอบ

ด้านข้างของวิหารพระมหามุนีเป็นเจดีย์สีทองอร่าว สว่าง งดงามมาก

อีกหนึ่งวิหารภายในวัด ประดิษฐานพระหินอ่อนจากมัณฑเลย์

รอบ ๆ ที่ประดิษฐานพระประธาน ก็พระพุทธรูปหินอ่อนประดิษฐานอยู่โดยรอบ

นอกจากนี้มีศาลาการเปรียญ 2 ชั้น ชั้นบนเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปศิลปะพม่าและตู้พระไตรปิฎก  ส่วนชั้นล่างก็มีพระประธานหยก และเป็นที่ไว้ร่างของท่านเจ้าอาวาสรูปก่อนซึ่งมรณะภาพได้ 2 ปีแล้ว บรรจุไว้ในโลงแก้วบนศาลาการเปรียญแห่งนี้

  ชั้นบน

พระพุทธรูปทุกองค์ อัญเชิญมาจากมัณฑเลย์ ประเทศพม่า

พระประธานศาลากาลเปรียญชั้นล่าง พระพุทธรูปหยก  หลังจากกราบพระเสร็จ ท่านเจ้าอาวาสยังรดน้ำมนต์และให้ประคำมาอีกคนละเส้น เพื่อความเป็นสิริมงคล  นอกจากนี้ท่านยังให้พระอีกรูปไปเปิดอีกศาลาให้ชม 

ศาลาพุทธประวัติ เป็นศาลาที่กลไกลเปิดให้เคลื่อนไหวได้  มีพระเคลื่อนออกมาบินฑบาตอีกด้วย 

รอบ ๆ มีขันเคลื่อนไปโดยรอบ  และบาตรพระตรงกลางก็หมุนให้ผู้มีจิตรศรัทธาได้โยนเหรียญถวายปัจจัยกัน เอาเป็นว่าสนุกสนานกันไปเลย  ส่วนโดยรอบก็ประดิษฐานพระหินอ่อน ซึ่งขอบอกว่าเยอะมาก นำมาจากมัณฑเลย์ทั้งหมดเลย 

 

และสุดท้ายศาลาพุทธไสยาสน์ขนาด 63 เมตร

อิ่มบุญกันถ้วนหน้า  หากใครได้แวะมาเที่ยวแถวตลาดริมเมย แวะทำบุญกราบนมัสการพระกันที่วัดไทยวัฒนารามบ้างนะคะ 

และนี้โฉมหน้าไกด์ตัวจิ๋วที่พาเดินชมทุกศาลา  แม้จะพูดไม่ค่อยชัดแต่ะก็อธิบาย และชักชวนให้ทำบุญไม่ขาดปาก ช่างเก่งซะจริง 

" สุดประจิมที่ริมเมย  "

มาที่ริมเมยก็ต้องเที่ยวที่  ตลาดริมเมย  เป็นตลาดการค้าริมฝั่งแม่น้ำเมย พ่อค้าแม่ค้าเป็นคนของทั้งสองฝั่ง สินค้าที่จำหน่ายที่ตลาดแห่งนี้ก็เป็นสินค้าของทั้งไทย และพม่าซึ่งสินค้าพม่าส่วนใหญ่ก็นำมาจากจีน ถ้าเทียบกันระหว่างตลาดแม่สายกับตลาดริมเมยจะเห็นว่าสินค้าที่แม่สอด มีน้อยกว่ามาก ถ้าคิดจะมาซื้อของอย่างที่แม่สาย คงได้ของไม่มากเท่าไหร่  สินค้าที่มามากเลยก็เห็นจะเป็นพวกเครื่องประดับ หยก พลอย และสินค้าที่ทำจากไม้

 

ต้นไม้หยก สินค้า OTOP ของแม่สอด

แกะสลักได้สวยงามมาก  สินค้าที่ทำจากไม้มีทั้งที่เป็นรูปแกะสลัก และจำพวกเฟอร์นิเจอร์ไม้สัก  แต่ถ้าจะนำออกจากแม่สอดต้องเสียภาษีขนย้ายด้วยนะคะ

 

 

ถ้ามาซื้อของที่ตลาดริมเมย  ลองซื้อสินค้าจากไม้ทานาคาไปใช้กันนะคะ  สาว ๆ พม่าใช้ทากันทุกคน ทาแล้วหน้าเนียนเชียว โดยเฉพาะคนที่หน้ามัน ลดความมันได้ค่ะ (อันนี้ไม่รับประกันนะ แต่ก็ใช้กับตัวเองได้ผลนะ)  เวลาออกแดดมาใช้ทาก็เย็นดีค่ะ ที่บ้านก็มีติดไว้ประจำ มีทั้งที่เป็นท่อนไม้ และที่เป็นกระปุก เลือกใช้ตามสะดวก ส่วนของกินที่เวลามาริมเมยก็มีให้เลือกหลายอย่างคะ ทั้งของแห้งและของสด  โดยเฉพาะ ปูกับกุ้ง  เอาไปนึ่งหรืออบ  แค่คิดก็น้ำลายไหลแล้ว    และที่ซื้อประจำเลยก็คือ  หมูยอค่ะ  มีหลายรสให้เลือกชมและเลือกชิม

หากได้แวะมาเที่ยวแม่สอดแล้วอย่าลืมมาแวะเที่ยวริมเมย  เลือกซื้อ เลือกชิมกันนะคะ

 

edit @ 9 Feb 2010 13:00:30 by ka_tai ~ตัวกลม!~

ชิฟฟ่อนมะพร้าวอ่อน

posted on 24 Dec 2009 11:37 by swinyar in bakery

เมื่อวันก่อนไปตลาดกับแม่ เห็นมะพร้าวอ่อนเค้าเอามาส่งใหม่ ๆ ทำให้คิดถึงเค้กมะพร้าวอ่อนของคุณจุ๋ม-แม่สลิ่ม  จดสูตรไว้นานมาก ๆ แต่ยังไม่ได้ทำซะที  กลัวทำออกมาเละเทะ  เพราะทั้งต้องตีครีมและก็ต้องทำส่วนที่กวนอีก โอ้! หลายขั้นตอน  มันยุ่งมากสำหรับมือใหม่หัดทำขนม  แต่เค้าว่าความพยายามอยู่ที่ไหน  ความสำเร็จอยู่ที่นั่น ก็เลยอยากลองดูซักตั้ง ......... 

สูตรเอามาจากบล็อคของคุณจุ๋มค่ะ  ถ้าจะดูขึ้นตอนแบบละเอียดตามไปได้เลยค่ะ

http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=monnira&month=11-2006&date=17&group=60&gblog=23

หน้าตาตอนเสร็จแล้ว  ปาดครีมไม่เรียบเลยค่ะ  แต่หน้าตาพอใช้ได้เลย (ชมตัวเอง^^)

อีกซักรูป.....

 

 พอทำเสร็จต้องรีบตัดชิม แถมตัดไปให้ทุกคนชิม  ผลออกมาเกินคาดค่ะ  อร่อยมาก หวานกำลังดีเลยค่ะ

แต่ตอนนี้ต้องไปเดินย่อยซักหน่อย เพราะความกลมกลิ้งเพิ่มขึ้นอีกซะแล้ว TT

 

edit @ 24 Dec 2009 12:28:24 by ka_tai ~ตัวกลม!~

ยำยวม !!

posted on 23 Dec 2009 15:55 by swinyar

 ช่วงนี้ที่แม่สอดมีผักพื้นบ้านออกมาให้เลือกชมและเลือกซื้อหลายอย่าง หลายคนเวลามาเที่ยวแม่สอดมักจะถามว่า  อันนี้ไว้ทำอะไร  กินยังไง  ก็เลยอยากนำเสนอให้ได้รู้จักกัน.......

ที่ขึ้นชื่อของแม่สอด  เป็นของฝากจากเมืองแม่สอด ก็ถั่วแปหล่อ  แต่ตอนที่ดิบเค้าจะเรียกว่า  แปจี  เอามาแกงอร่อยทีเดียว  แล้ววันหลังจะเอามาให้ชมกันนะคะ  ส่วนวันนี้ต้องเมนูนี้ค่ะ  ยำยวม  ถ้าภาษาท้องถิ่นแม่สอดเรียก  บ่อโก๊ง  รสชาติออกเปรี้ยวอมฝาดนิดหน่อยค่ะ

 

ส่วนผสม

1.  ยวม

2.  กุ้งแห้งป่น

3.  เส้นก๋วยเตี๊ยวทอด

4.  กระเทียมเจียว

5.  หอมแดงซอย

6.  พริกแห้งคั่ว

7.  กะปิ

8. น้ำมันพืชสำหรับผัด

 

 

 มาเริ่มทำกันเลยค่ะ 

     ก่อนอื่นตำน้ำพริกน้ำพริกยำ โดยใช้พริกแห้งคั่วตำละเอียด ตามด้วยกะปิ  จากนั้นนำน้ำพริกที่ได้ลงผัดกับน้ำมันพอหอม  จากนั้นเอากุ้งแห้งป่นลงตามไปผัดพอหอมค่ะ 

 

 ทิ้งไว้ให้เย็นค่ะ เพราะถ้าเอาน้ำพริกร้อน ๆ ไปยำเลยผักจะสลดช้ำ สีไม่สวยค่ะ   จากนั้นก็นำส่วนผสมที่เหลือลงยำด้วยกันทั้งหมดค่ะ  หน้าตาตอนเสร็จค่ะ   

     อร่อยใช้ได้เลยค่ะ  เมนูนี้ต่ายชอบมาก ครบรสเลย แต่หากินได้เฉพาะช่วงนี้เท่านั้น  หากมาเที่ยวแม่สอดแล้วอย่าลืมลองซื้อไปทำกันบ้างนะคะ  ^^

 

 

edit @ 23 Dec 2009 16:21:06 by ka_tai ~ตัวกลม!~

edit @ 23 Dec 2009 16:32:50 by ka_tai ~ตัวกลม!~

มาเที่ยวแม่สอดกันไหม  ฉันจะเป็นไกด์นำเที่ยว จะลืมไม่ลงเลยเชียว  ถ้าได้มาเที่ยวแม่สอด (แปลงเค้ามา)

จะว่าไปก็เกิดและโตที่แม่สอด  ก็ยังไม่รู้จักแม่สอดดีเท่าที่บางคนเค้ามาอยู่กันทีหลังเลย  หลังจากที่ออกจากบ้าน

ไปเรียนเสียหลายปี  แถมกลับมาก็ทำงานไม่ได้ไปไหนเลย จนบางทีรู้สึกเหมือนเรามาจากที่อื่นเลย......

พอดีช่วงนี้งานน้อยลง  ก็เศรษฐกิจมันแย่อะนะ กำลังซื้อลูกค้าน้อยลง โดยเฉพาะเมืองนอก มันค่อนข้างแย่

ออร์เดอร์ก็น้อยลงตามเลยพอมีเวลาว่างมากขึ้น  เลยหันเอาเวลามาเที่ยวแถวบ้าน  หามุมมองใหม่ ๆ และจะได้

เรียนรู้อะไร ต่อมิอะไรแถวบ้านด้วย  เผื่อคนที่แวะมาเที่ยวแม่สอด จะได้แวะเยือนที่ต่าง ๆ  ในอำเภอแม่สอดและ

ที่ใกล้เคียงด้วย  (แบบว่าถ้ามีเวลาไปอะนะ  เดี๋ยวจะโดนไล่ออกเสียก่อน) 

วันนี้ก็เลยชวนคุณแม่และหลานสาวไปเที่ยวกํน สาว ๆ ๆ ซะหน่อย แต่ออกจากบ้านก็เกือบเที่ยงแล้ว  เลยแวะหา

อะไรทานกันก่อน  ร้านที่เลือกวันนี้เป็นอาหารเวียดนามค่ะ  อร่อยใช้ได้ และของกินขึ้นอยู่ลิ้นและรสของผู้ชิมค่ะ

เมนูแรกที่สั่งมา ......เฝอหมู

 

หน้าตาพอใช้ได้มั่ยเอ่ย  แถมพักให้อีกถัง

เมนูถัดมา ......ปอเปี๊ยะ........กุ้งกระเบื้อง..............กุ้งพันอ้อย...........

เมนูอื่น ๆ ของทางร้านเค้าก็มีนะคะ  อย่าง  ...แหนมเนือง  แหมนคลุก  ปอเปี๊ยะสด  นอกจากนี้ก็มีพวกอาหาร

ตามสั่ง  แต่พอดีวันนี้ถังจุมีไม่พอ  เลยได้เท่าที่เห็นค่ะ เพราะแค่นี้ก็ทานกันไม่หมดแล้ว  ส่วนเรื่องของราคาก็

ไม่แพงค่ะ  เป็นพวกก๋วยเตี๊ยวก็  20  บาท  จานทอดก็ 30  ที่ราคาสูงกว่าเค้าก็ กุ้งพันอ้อย 50 บาทค่ะ

อิ่มเต็มที่เลย ในที่สุดก็ถึงเวลาไปตะเวนกันซะที  แต่พอหนังท้องตรึงหนังตาก็หย่อน พักผ่อนก่อนก็แล้วกันนะ ^^

 

 

Orange Mousse Cake

posted on 11 Dec 2009 21:35 by swinyar in bakery

     เพราะอยู่ห่างไกลจากเมือง  และด้วยที่ร้านแถวบ้านไม่ค่อยมี และที่มีก็ส่วนจะเป็นเค้กที่แต่งหน้าด้วยครีมบัตเตอร์เสียส่วนใหญ่ซึ่งค่อนข้างจะมันและเลี่ยนมาก  และด้วยความชอบในการกินเค้กเป็นชีวิตจิตใจ  เลยตัดสินใจหัดทำด้วยตัวเองซะเลย  

     เริ่มแรกยุ่งยากมาก ๆ  เพราะไม่มีความรู้เรื่องนี้มาก่อนเลย  อุปกรณ์ก็ไม่มีแถมของต่าง ๆ ก็หาซื้อยากซะ แต่ก็ใช่ว่าจะไม่มีซะเลย  เค้กก้อนแรกที่หัดทำคือ Vanilla Spong Cake สูตรคุณ beebie  เค้กเนื้อนุ่มถูกใจมากค่ะ ต้องขอขอบคุณไว้ ณ โอกาสนี้เลยค่ะ 

http://www.bloggang.com/viewblog.php?id=beebie&date=23-02-2009&group=2&gblog=58

     วันนี้ก็ใช้เค้กสูตรคุณ Beebie ตามเคยค่ะ  ส่วนของตัวมูสมาจาก blog ของคุณคุณจุ๋ม - แม่สลิ่มค่ะ ต้องขอขอบคุณคุณจุ๋มและท่านเจ้าของสูตรด้วยนะคะ  ที่ทำให้คนตัวกลมได้หัดทำนอกจากการกินอย่างเดียว

http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=monnira&month=08-2007&date=10&group=60&gblog=34

 

หน้าตาพอใช้ได้หรือเปล่าค่ะ  แต่ที่แน่ ๆ อร่อยค่ะ(ชมตัวเอง)  แต่ที่แน่ ๆ ทุกคนที่บ้านต่างชื่นชมกันทุกคน

เลยตัดแบ่งไปให้น้า ๆ อา ๆ ป้า ๆ ชิม (ประมาณว่าเห่อมากค่ะ  ^^)  พอเห็นฝีมือตัวเองแล้วอดภูมิใจไม่ได้

ต้องขออนุญาตเจ้าของสูตรและเจ้าของบล็อคทุกท่านที่แอบจดสูตรขนมอร่อย ๆ มาหัดทำ

และต้องขอขอบคุณอาจารย์ทั้งหลาย จากหลาย ๆ บล็อก และจะพยามยามพัฒนาฝีมือตัวเองขึ้นไป 

 

 

เจ้าตัวน้อย ๆๆๆ

posted on 11 Dec 2009 21:06 by swinyar

โชว์ตัวเจ้าตัวน้อยค่ะ คลอดเมื่อวันที่ 16 พ.ย. ที่ผ่านมาค่ะ กำลังทำงานอยู่ คุณยายโทรมาบอกว่าเจ้าตัวน้อยคลอดออกมาแล้ว ทราบจำนวนถึงกลับตกใจหมดเลย พอมาเห็นยิ่งตกใจใหญ่  ก็เจ้าตัวน้อยไม่มีตัวไหนได้สีแม่เลยซักตัว  คุณยายบอกเลือดพ่อมันแรง (ซะงั้นไป )เห็นท้องเล็ก ๆ คลอดออกมาตั้ง 9 ตัวแหนะ แต่น่าเสียดาย น้องตัวเล็กสุดตายไปเสียก่อน ก็ตัวเล็กมากเลย โฉมหน้าเจ้าตัวน้อย ๆ ที่เหลือ

น่าตาเจ้าตัวเล็ก (ไม่เหมือนแม่เลยซักกะตัว)

  ..........อีกซักรูป ......

  ดูซิไม่เหมือนคุณแม่ซักกะตัวเดียว 'O'

  เจ้าตัวนี้เป็นตัวโปรดค่ะ  กินเก่งน่าดู กินเป็น 2 เท่าของเจ้าตัวน้อยตัวอื่น ๆ เลย

ออกมากันหลายตัวแบบนี้น้ำนมคุณแม่ไม่พอเลยค่ะ เลยป้อนนมแพะกันตั้งแต่เกิด

ผ่านไป 1 เดือน .........

 

  น้อง ๆ ก็เริ่มโตกันแล้วคร๊าบ.................

ส่วนวีรกรรมซนๆ ร้าย ๆ ยังไม่มีให้เห็น  หน้าตาน่าเอ็นดูซะจริง เห็นอย่างนี้ทุกตัวมีผู้ขออุปการะแล้วนะ

แต่แอบเก็บไว้หนึ่งตัว (ก็เจ้าตัวโปรดหละนะ) หวังไว้แต่ว่าทุกตัวจะมีครอบครัวใหม่ที่ดี และรักน้อง ๆ มาก ๆ

ดูแลน้อง ๆ ให้ดีมีความสุขก็พอนะ  คิดแล้วเศร้าไม่อยากให้ไปเลย ....

edit @ 11 Dec 2009 21:09:56 by ka_tai ~ตัวกลม!~

edit @ 11 Dec 2009 21:24:10 by ka_tai ~ตัวกลม!~